วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ.

Memory card




นับถอยหลังไปไม่นาน เมื่อเอ่ยถึงหน่วยความจำ หลายคนจะนึกถึง แผงวงจรสีเขียวที่มี ชิปเซตติดอยู่หลายตัว ซึ่งนั่นก็หมายถึงหน่วย ความจำ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง แต่ ณ เวลานี้ หน่วยความจำ เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญ และจำเป็นสำหรับอุปกรณ์ที่ต้อง อาศัยการบันทึกข้อมูลเป็นหลัก





นับถอยหลังไปไม่นาน เมื่อเอ่ยถึงหน่วยความจำ หลายคนจะนึกถึง แผงวงจรสีเขียวที่มี ชิปเซตติดอยู่หลายตัว ซึ่งนั่นก็หมายถึงหน่วยความจำสำหรับ เครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง แต่ ณ เวลานี้ หน่วยความจำ เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องอาศัยการบันทึก ข้อมูลเป็นหลัก โดยเฉพาะ อุปกรณ์มัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น กล้องวีดีโอ, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, เครื่องเล่น MP3, PDA รวมถึงโทรศัพท์ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวล้วนแต่ต้องอาศัยหน่วยความจำ สำหรับการทำงานเพื่อใช้ในการการบันทึกข้อมูลทั้งสิ้น แต่แตกต่างกันที่ชนิดของหน่วยความจำสำหรับรองรับการใช้งาน โดยปัจจุบันหน่วยความจำที่รองรับ อุปกรณ์มัลติมีเดียนี้มีมากมายหลากหลายแบรนด์เนมและขนาดความจุ ซึ่งวันนี้เรามาทำการรู้จักคุณสมบัติการทำงานของหน่วยความจำเหล่านั้นกัน


• CompactFlash Card (CF Card)

CompactFlash Card

เป็นเมโมรีการ์ดที่รองรับการทำงานของ อุปกรณ์ มัลติมีเดีย ได้หลากหลายทั้ง กล้องถ่ายรูปดิจิตอล PDA รวมถึง เครื่องเล่น MP3 โดยตัวการ์ดมีลักษณะ เป็นรูปสี่เหลี่ยม ผืนผ้า กว้าง 1.433 นิ้ว ยาว 1.685 นิ้ว จึงทำให้มีขนาดที่เล็กกะทัดรัด น้ำเบา และสะดวกสบายเมื่อมีการเคลื่อนย้ายหรือพกพาติดตัว อีกทั้งยังดูแข็งแรงทนทานมากที่สุดเมื่อเทียบกับ เมโมรี่การ์ดชนิดอื่นๆ คอมแพคแฟลชการ์ด เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนา โดยบริษัท แซนดิสก์ (SanDis
k) ในปี 1994 จนปัจจุบันหน่วยความจำนี้ทาง Compact Falsh Association (CFA) ได้กำหนดมาตรฐาน สำหรับหน่วยความจำ นี้ไว้ 2 ประเภท นั่นคือ Type I (CF-I) และ Type II (CF-II) ซึ่งมาตรฐาน Type I เป็นรูปแบบเก่า ที่มีมิติ 36(L) X 43(W) x 3.3(H) มิลลิเมตร ส่วน Type II (CF-II) ถูกพัฒนาจาก Type I ให้สามารถรองรับการบันทึกข้อมูลที่มากขึ้นพร้อมกับความเร็วในการอ่าน และบันทึกข้อมูลได้สูงกว่าหรือเร็วกว่า รูปแบบเดิม Type I ถึง 4 เท่าตัว มีขนาดของมิติที่ 42.8(L) X 3.6.4(W) x 5.0(H) มิลลิเมตร ซึ่งปัจจุบันความเร็วในการบันทึกและการอ่าน ของหน่วยความ จำนี้จะอยู่ที่ประมาณ 12X จนถึง 40X ซึ่งถือเป็นความเร็วที่สูงสุดในขณะนี้ (ค่าของ การถ่ายเทข้อมูล 150 กิโลไบท์ต่อวินาที : 150x24 ~ 3 เมกะไบต์ต่อ วินาที) เหตุผลหนึ่งที่ ทำให้หน่วยความจำชนิดนี้ครองส่วนแบ่งการตลาด ของอุปกรณ์การ์ดหน่วยความจำมากที่สุดนั่น คือ บริษัทผู้ริเริ่มการผลิตได้ขายสิทธิ์ ในการผลิตคอมแพค แฟลชการ์ด ให้กับบริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปและบริษัทภายนอกอื่นๆ มากมาย จึงทำให้หน่วยความจำ ชนิดนี้ถูกผลิตออกสู่ตลาดมากมาย หลายรุ่นหลายแบรนด์เนมส่งผลให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ในเลือกซื้อหน่วยความจำ ได้ในราคาที่ไม่สูง


• Smart Media Card Smart



Media Card

สมาร์ทมีเดียการ์ดถูกพัฒนาขึ้นในปี 1995 โดยบริษัท Toshiba มีขนาดรูปร่างที่บาง เพียง 0.2 มิลลิเมตร 37(L) X 45(W) x 0.2(H) มิลลิเมตร ลักษณะภายนอกของหน่วยความจำนี้มีขนาดเท่ากับแสตมป์ มีแผงวงจรที่มีลักษณะคล้ายกับซิมการ์ด ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของหน่วยความจำ สมาร์ทมีเดีย การ์ดนั่นคืออัตราความ เร็วในการทำงานทั้งการอ่านและการบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่รวดเร็ว จึงทำให้เป็นอีกหน่วยความจำหนึ่งที่ครองใจผู้ใช้งาน ที่ต้องการความ สะดวกรวดเร็ว เป็นอย่างมาก โดยความเร็วในการอ่านข้อมูลที่สูงถึง 1.5 เมกะไบต์ต่อวินาที และการเขียนข้อมูลที่ 800 กิโลไบต์ต่อวินาที โดยที่ไม่ต้องใช้ เทคโนโลยีในการทวีความเร็ว แต่อย่างใด นอกจากนั้นสมาร์ทมีเดียการ์ดยังมีจุดเด่น ในเรื่องของ การประหยัดพลังงาน ซึ่งจะ ส่งผลทำให้สามารถยืดอายุการ ใช้งานของแบตเตอรี่ ให้ยาวนานขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสมาร์ทมีเดีย การ์ดนี้ยังมีข้อเสียตรงที่ไม่มีไดรเวอร์ในตัว จึงทำให้ไม่สามารถขยายขนาดความจุให้เพิ่ม มากเหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งปัจจุบันหน่วยความจำ นี้เริ่มจะไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากถูกหน่วยความจำ ชนิดอื่นๆ มาแทนที่มากขึ้น โดยอุปกรณ์มัลติมีเดียที่ใช้ หน่วยความจำนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกล้องถ่ายรูปทั้ง Fuji และ Olympus หลายฝายคาดกันว่าภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหน่วยความจำนี้จะถูกเลิกใช้



• MultiMedia Cards (MMC Card)




MultiMedia Cards

เป็นอุปกรณ์หน่วยความจำสำหรับบันทึก ข้อมูลที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทแซนดิสก์และซีเมนต์ ในปี 1997 ซึ่งเกิดจากแรงผลักดัน ของกระแสความนิยม ของอุปกรณ์ระบบมัลติมีเดียที่ได้รับการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง จนหน่วยความจำอย่าง CompactFlash และ SmartMedia ไม่เหมาะสมกับอุปกรณ์มัลติมีเดีย ที่มีขนาดเล็กเหล่านั้น ดังนั้นจึงมีการเปิดตัวการ์ด MultiMedia Memory (MMC) ออกมา ซึ่งมีขนาดของมิติเพียง 32(L) X 24(W) x 1.2(H) มิลลิเมตรเท่านั้น เป็นเมโมรีการ์ดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ มัลติมีเดียอาทิ PDA, เครื่องเล่นเพลง MP3, กล้อง ดิจิตอลรวมถึงโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต MultiMedia Cards จุดเด่นของหน่วยความจำชนิดนี้อยู่ที่ขนาดที่เล็กและบาง รองรับการเชื่อม ต่อแบบเดียวกันกับหน่วยความจำ SD Card อย่างไรก็ตามหน่วยความจำ MMC Card ยังมีข้อเสียอยู่ที่ขนาดความจุ ที่ยังไม่หลากหลายสำหรับผู้ใช้งานมาก นักอีกทั้งราคาก็ค่อน--ข้างสูง เมื่อเทียบกับหน่วยความจำชนิดอื่นอย่าง CompactFlash หรือ SmartMedia ที่มีขนาดความจุรองรับการทำงาน ของผู้ใช้ งานที่หลากหลายและราคาที่ไม่แพงมากนัก


• SD Card (Secure Digital Card)



SD Card


อีกหนึ่งหน่วยความจำที่มีความโดดเด่นใน เรื่องความสามารถนอกเหนือจากประสิทธิภาพการทำงานนั่นคือ เรื่องของความปลอดภัย และการป้องกันการ ปรับเปลี่ยนข้อมูล ที่ผู้ใช้งานสามารถ ป้องกันการเขียนแผ่นได้ เฉกเช่นเดียวกับแผ่น Floppy Disk เอสดีการ์ด เดิมถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อบันทึก ข้อมูลเพลง หรือภาพยนตร์ เพื่อป้องกันการบันทึก (Write Protect) และช่วยป้องกันการละเมิดสิทธิ์ เอสดีการ์ดเป็นหน่วยความจำ ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาที่ต่อเนื่อง มาจากหน่วยความจำ MMC Card จึงทำให้มีขนาดเท่ากัน กับ หน่วยความจำ MMC Card เพียงแต่ว่าความหนาเพิ่มขึ้นมาในขนาด 2.1 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยขนาดมิติของหน่วยความจำเอสดีการ์ดอยู่ที่ 32(L) x 24(W) x 2.1(H) มิลลิเมตร จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของหน่วยความจำเอสดีการ์ดนั่นคือ ความเร็วในการ เขียนอ่านข้อมูล ที่เพิ่มสูงขึ้น ขนาดความจุดที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งรูปแบบการต่อเชื่อม สามารถประยุกต์ให้อุปกรณ์ ขนาดเล็กต่างๆ มาต่อเชื่อมเข้ากับ SD Slot ได้ ทำให้สามารถรองรับอุปกรณ์ต่อเชื่อมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โมเด็ม, กล้องดิจิตอล, เครื่องเล่น MP3 ที่ผ่านการต่อเชื่อม SD Slot เพื่อรองรับอุปกรณ์ PDA อย่าง Palm ซึ่งนับเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ที่ทำให้มาตรฐานชนิดนี้ มีความโดดเด่นใกล้เคียงกับหน่วยความจำ Compact Flash



• Memory Stick



Memory Stick

เมโมรีสติ๊ก เป็นหน่วยความจำที่ได้รับการคิดค้น โดยบริษัทผู้ผลิต Sony ซึ่งเดิมเป็นหน่วยความจำที่ออกมารองรับอุปกรณ์มัลติมีเดีย ของทาง Sony โดยเฉพาะ แต่ปัจจุบันหน่วยความจำ นี้สามารถ รองรับอุปกรณ์มัลติมีเดียได้มากมายทั้ง เครื่องคอมพิวเตอร์แบบPC, กล้องดิจิตอล, เครื่องเล่น MP3 และ PDA โดยเมโมรีสติ๊กมีรูปร่างเป็นแท่งแบนยาวขนาดของมิติอยู่ที่ 50 x 21.5 x 2.8 มิลลิเมตร สามารถจุข้อมูลได้มากถึงระดับ กิกะไบต์และมีความเร็วในการบันทึกสูง ด้วยขนาด ที่เล็กและบางจึงสะดวกต่อการนำพกพาติดตัว จุดเด่นของ Memory Stick อยู่ที่ ความรวดเร็ว ในการถ่ายโอนข้อมูล ที่สูงระดับ 1.3 MB ต่อ วินาที ซึ่งถือว่าสูงทีเดียว ช่วยให้การเขียนอ่านข้อมูลเป็น ไปด้วยความรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้หน่วยความจำนี้ถูกจำกัดความสามารถและความนิยมนั่นคือ ราคาของหน่วยความจำที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับเป็นหน่วยความจำที่รองรับ อุปกรณ์มัลติมีเดียเฉพาะทางค่าย Sony เท่านั้น แต่ถึงกระนั้นทางโซนี่เองก็ได้ ขายสิทธิในการผลิตเมโมรีสติ๊กให้กับบริษัทภายนอกอื่นๆ ซึ่งอาจเป็น ทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับผู้ใช้งานหน่วยความจำ และเมื่อใดที่ข้อจำกัดเหล่านี้ถูกเปิดออก รับรองได้ว่านี่อาจเป็นหน่วยความจำที่จะได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก มากขึ้นจนอยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว



• XD Picture Card (Extra Digital)


XD Picture Card

เอ็กซ์ดีการ์ด เป็นหน่วยความจำสำหรับรองรับอุปกรณ์มัลติมีเดียที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุด โดยบริษัท Fuji และ Olympus ด้วยเหตุผล เพื่อมาลบข้อ จำกัดของหน่วยความจำสมาร์ทมีเดีย และเพื่อรองรับขนาดความจุได้สูงขึ้น อีกทั้ง ทำให้หน่วยความจำนี้มีขนาดที่เล็ก และบางกว่าหน่วยความจำทั้งหมดที่เคย มีมา ด้วยคุณสมบัติของหน่วยความจำชนิดนี้คือบันทึกและ อ่านด้วยความเร็วที่สูงจึงสามารถบันทึกข้อมูลได้ที่อัตรา ความเร็ว 5 เมกกะไบท์ต่อวินาที ด้วยจุดเด่นของหน่วยความจำที่มีความเร็ว ในการบันทึก ข้อมูลสูงจึงช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมใช้งานในการถ่ายรูปต่อไปทันที โดยไม่ต้องรอเวลาให้บันทึกเสร็จก่อน (ขึ้นอยู่กับความเร็วของการประมวลผลโดยซีพียูของกล้องด้วย) ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพและความสามารถรวม ถึงขนาดที่ โดดเด่นแต่เอ็กซ์ดีการ์ดยังมีข้อด้อยอยู่ที่ราคาของ ตัวการ์ดนี้ที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับหน่วยความจำ อื่นๆ แต่โดยรวมแล้วถือว่าความ สามารถและขนาด รูปร่างของหน่วยความจำนี้จะเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งาน อุปกรณ์มัลติมีเดียในอีกไม่ช้านี้อย่างแน่นอน ซึ่งในอนาคตอันใกล้หน่วยความจำชนิด นี้จะสามารถขยายขนาดความจุ ไปได้ถึงระดับ 8 กิกะไบต์เลยทีเดียว นอกจากหน่วยความจำที่รองรับการทำงานของ อุปกรณ์มัลติมีเดียที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความสำคัญ สำหรับอุปกรณ์มัลติมีเดียนั่น คือ Card Reader ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อระหว่างหน่วยความจำกับเครื่องคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์อื่นๆ โดยอาศัยพอร์ต USB ในการทำงานโดยจะ รองรับคุณสมบัติของหน่วยความจำตามผู้ผลิต ทั้งที่สามารถรองรับหน่วยความจำได้เพียงชนิดเดียวจนถึงสามารถรองรับได้ทั้ง หมด จุดเด่นของอุปกรณ์ Card Reader นอกจากประสิทธิภาพการทำงานที่รองรับ หน่วยความจำได้หลากหลายแล้ว ยังไม่ต้องอาศัยพลังงานในการทำงานอีกด้วย





Card Reader

ด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพการทำงาน ของหน่วยความจำเหล่านี้ที่สามารถรองรับข้อมูลได้มากถึงระดับกิกะไบต์ อัตราความเร็วในการบันทึกที่รวด เร็ว จึงไม่ต้องสงสัยถึงสาเหตุที่ผู้ใช้งาน อุปกรณ์มัลติมีเดียมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับใครที่กำลังเป็นหนึ่งในผู้ที่นิยมอุปกรณ์ มัลติมีเดียประเภทใดก็ตาม เพื่อ การทำงานที่ดีของอุปกรณ์ของคุณสละเวลาสักนิด ศึกษาการทำงานของอุปกรณ์และหน่วยความจำเพื่อความคุ้มค่า และประโยชน์ ใช้สอยที่คุณจะได้รับจากอุปกรณ์เหล่านั้น และที่ขาดเสียมิได้นั่นก็คือราคาอุปกรณ์ที่ถูกใจและการรับประกันสินค้าที่ดี นั่นเอง





แหล่งที่มา http://www.buycoms.com/upload/coverstory/94/index.html

วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์



ROM (Read-OnlyMemory)
คือหน่วยความจำชนิดหนึ่ง ที่มีโปรแกรม หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนำมาต่อกับ ไมโครโปรเซสเซอร์ได้โดยตรง ซึ่งโปรแกรม หรือข้อมูลนั้นจะไม่สูญหายไป แม้ว่าจะไม่มีการจ่ายไฟเลี้ยง ให้แก่ระบบ ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน ROM จะสามารถอ่านออกมาได้ แต่ไม่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไปได้ เว้นแต่จะใช้วิธีการพิเศษซึ่งขึ้นกับชนิดของ ROM









Keyboard
Key board เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการนำข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นปุ่มตัวอักษรเหมือนปุ่มเครื่องพิมพ์ดีด เป็นอุปกรณ์รับเข้าพื้นฐานที่ต้องมีในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง จะรับข้อมูลจากการกดแป้นแล้วทำการเปลี่ยน เป็นรหัสเพื่อส่งต่อไปให้กับคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลจะมีจำนวนตั้งแต่ 50 แป้นขึ้นไป แผงแป้นอักขระส่วนใหญ่มีแป้นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก เพื่อทำให้การป้อนข้อมูลตัวเลขทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น การวางตำแหน่งแป้นอักขระ จะเป็นไปตามมาตรฐานของระบบพิมพ์สัมผัสของเครื่องพิมพ์ดีด ที่มีการใช้แป้นยกแคร่ (shift) เพื่อทำให้สามารถใช้พิมพ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งระบบรับรหัสตัวอักษรที่ใช้ในทางคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิต กล่าวคือ เมื่อมีการกดแป้นพิมพ์ แผงแป้นอักขระจะส่งรหัสขนาด 7 หรือ 8 บิต นี้เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

แผงแป้นอักขระสำหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ตระกูลไอบีเอ็มที่ผลิตออามารุ่น แรก ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 จะเป็นแป้นรวมทั้งหมด 83 แป้น ซึ่งเรียกว่า แผงแป้นอักขระ PCXT ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 บริษัทไอบีเอ็มได้ปรับปรุงแผงแป้นอักขระ กำหนดสัญญาณทางไฟฟ้าของแป้นขึ้นใหม่ จัดตำแหน่งและขนาดแป้นให้เหมาะสมดียิ่งขึ้น โดยมีจำนวนแป้นรวม 84 แป้น เรียกว่า แผงแป้นอักขระพีซีเอที และในเวลาต่อมาก็ได้ปรับปรุงแผงแป้นอักขระขึ้นพร้อม ๆ กับการออกเครื่องรุ่น PS/2 โดยใช้สัญญาณทางไฟฟ้า เช่นเดียวกับแผงแป้นอักขระรุ่นเอทีเดิม และเพิ่มจำนวนแป้นอีก 17 แป้น รวมเป็น 101 แป้น



Mouse
Mouse เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ป้อน ข้อมูลอย่างหนึ่งแต่ที่เห็นการทำงาน โดยทั่วไปจะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่างๆ บนจอภาพ เหมาะสำหรับใช้งานเมื่อต้องเลือก หรือเลื่อนวัตถุต่างๆ บนจอ Mouse ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ 2 แบบ ได้แก่ 9 Pin, Serial Port และ PS/2 (Personal System Version2)

Mouse แบ่งได้เป็นสองแบบคือ
  1. แบบทางกล
  2. แบบใช้แสง

1. แบบทางกล
เป็นแบบที่ใช้ลูกกลิ้งกลม ที่มีน้ำหนักและแรงเสียดทานพอดี เมื่อเลื่อน Mouse ไปในทิศทางใดจะทำให้ลูกกลิ้งเคลื่อนไปมาในทิศทางนั้น ลูกกลิ้งจะทำให้กลไกซึ่งทำหน้าที่ปรับแกนหมุนในแกน X และแกน Y แล้วส่งผลไปเลื่อนตำแหน่งตัวชี้บนจอภาพ Mouse แบบทางกลนี้มีโครงสร้างที่ออกแบบได้ง่าย มีรูปร่างพอเหมาะมือ ส่วนลูกกลิ้งจะต้องออกแบบให้กลิ้งได้ง่ายและไม่ลื่นไถล สามารถควบคุมความเร็วได้อย่างต่อเนื่องสัมพันธ์ระหว่างทางเดินของMouseและจอ ภาพ

  • Ball Mouse
    มีชนิดที่เป็น Ball อยู่ในแนวตั้งและแนวนอน Mouse แบบ Ball การใช้งานต้องเลื่อน Mouse ยังแกนต่างๆบนหน้าจอเพื่อเลือก หรือยกเลิกโปรแกรมที่ทำงานอยู่ ต่อมาได้พัฒนา Mouse ให้มี wheel เพื่อให้สะดวกในการใช้งานกับ Windows ตั้งแต่เวอร์ชัน 95 เป็นต้นมา ซึ่งช่วยในการเลื่อนหน้าต่าง Window ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเลื่อน Mouse เพียงแต่ใช้นิ้วขยับไปที่ wheel ขึ้นลงเท่านั้น
  • Wireless Mouse
    เป็น Mouse ที่มีการทำงานเหมือน Mouse ทั่วไปเพียงแต่ไม่มีการใช้สายไฟต่อออกมาจากตัว Mouse ซึ่ง Mouse ชนิดนี้จะมีตัวรับและตัวส่งสัญญาณซึ่งทางด้านตัวรับสัญญาณอาจจะเป็นหัวต่อ แบบ PS/2 หรือ แบบ USB ที่เรียกว่า Thumb USB receiver ซึ่งใช้ความถี่วิทยุอยู่ที่ 27MHz
  • Mouse สำหรับ Macintosh
    เป็น Mouse ที่ใช้เฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh ซึ่งเป็น Mouse ที่ไม่มี wheel และปุ่มคลิ๊ก ก็ มีเพียงปุ่มเดียวแต่สามารถใช้งาน ได้ครอบคลุมทุกหน้าที่การทำงาน ซึ่งทางบริษัท Apple ออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่อง Macintosh เท่านั้น

2. Mouse แบบใช้แสง
อาศัยหลักการส่งแสงจาก Mouse ลงไปบนแผ่นรอง Mouse (mouse pad)

  • Optical Mouse
    เป็น Mouse ชนิดใช้แสงซึ่งปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิต Mouse ชนิดนี้ได้เพิ่มให้มีความสวยงามต่างๆกันไป เช่น ใส่แสงให้กับ wheel หรือไม่ก็ออกแบบให้มีแสงสว่างทั้งตัว Mouse แต่หน้าที่การทำงานก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก Ball Mouse








แหล่งที่มา : http://www.bcoms.net/hardware/index.asp

ซอฟต์แวร์การใช้งานบนเว็บและการสื่อสาร


การส่งข้อความด่วน (Instant Messaging)

ตัวอย่างโปแกรม

- MSN Messenger


- ICQ

- Skype
- Camfrog
etc.


นอกจากเราจะส่งข้อความด่วนหากันผ่านอินเตอร์เน็ตได้แล้ว เรายังสามารถ
  1. ส่ง File ต่างๆต่อกันได้ เช่น รูปภาพ mp3 etc.
  2. สนทนาในรูปแบบของ Video คือ การสนทนาผ่านกล้อง Webcam ได้อีกด้วย
  3. ส่งข้อความด่วนได้หลายคน คือ การสนทนาในรูปแบบเสมือนการประชุม
    คือมีผู้สนทนามากกว่าสองคน เป็นต้น